Tel.02-311-1387, 02-311-3903 Fax.02-741-3551
Facebook

นิรสาสมาธิมินิธุดงค์ ตามรอยประวัติหลวงพ่อวิริยังค์ ณ วัดป่าสว่างอารมณ์ 5-7/05/60

นิรสาสมาธิมินิธุดงค์ ตามรอยประวัติหลวงพ่อวิริยังค์ ณ วัดป่าสว่างอารมณ์ 5-7/05/60

   วันที่ 5 ถึง 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ในครั้งนี้ถือเป็นมินิธุดงค์ครั้งที่ 2 แล้วที่ได้ไปยังถิ่นฐานบ้านเกิดของพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สมัยตอนเป็นเด็ก ที่ต้นมะขามใหญ่ วัดป่าสว่างอารมณ์ บ้านใหม่สำโรง ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งพวกเราเองเคยได้ยินพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ท่านเล่าให้ฟังในเทปบรรยายเมื่อครั้งเรียนครูสมาธิ ตอนท้ายท่านก็จะเล่าว่าตอนที่ท่านเป็นเด็กนั้น ทำงานตรากตรำ จนล้มเป็นอัมพาตและได้ตาปะขาวมาช่วยไว้ จนเดินได้และได้ออกบวชตอบแทนคุณพระพุทธศาสนา ในครั้งนี้คณะมินิธุดงค์ร่วม 2,000 คน ทั้งคณะนิรสาสมาธิ ปุริสาสมาธิ ครูสมาธิ (สอบแบบพิเศษ) ก็มาเดินธุดงค์ สวดมนต์เป็นบูชาให้กับครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณต่อครูบาอาจารย์ของเรา ซึ่งพระอาจารย์องค์แรกของพระอาจารย์หลวงพ่อ ก็คือ หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ ที่วัดป่าสว่างอารมณ์ และที่ขาดเสียไม่ได้ก็คือ ท่านขุนเพ็ญภาษชนารมย์ และนางมั่น บุญฑีย์กุล บิดาและมารดา ของพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ รวมถึงตาปะขาวที่ช่วยเหลือพระอาจารย์หลวงพ่อให้หายจากการป่วยอัมพาต
 
    คณะของเราได้รับการต้อนรับจาก อาจารย์พิชัย บุญฑีย์กุล ตัวแทนคณะสถาบันพลังจิตตานุภาพชาวโคราช ที่คอยช่วยปรับแต่งจัดสถานที่เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวก และพาสำรวจเส้นทางตามรอยประวัติศาสตร์หลวงพ่อวิริยังค์ โดยทางที่พวกเราได้เดินธุดงค์นั้นก็เดินผ่าน เส้นทางรถไฟ สวนไร่นา คลองลำน้ำ ที่หลวงพ่อวิริยังค์ตอนเป็นเด็กได้เคยมาปักเบ็ด ใช้ชีวิตยามเด็กดั่งชาวชนบททั่วไป ตกปลา จับปลา ทำไร่ทำนา ตำข้าว หาบน้ำ ทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก ฝ่าฟันอุปสรรค อดทนการใช้งานหนักจากบิดาของพระอาจารย์หลวงพ่อ เพราะท่านขุนฯไม่อยากให้หลวงพ่อวิริยังค์บวชเณรใช้เวลากับการเข้าวัดพูดคุยกับหลวงปู่กงมา นี่นับเป็นอุปสรรคขั้นแรกของพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ ในการทดสอบความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา โดยเรื่องราวประวัติหลวงพ่ออย่างละเอียด ท่านสามารถรับฟังหาอ่านได้จาก ซีดีบรรยายและหนังสือ “ชีวิตคือการต่อสู้” ร้านหนังสือสถาบันฯ
 
    แต่ด้วยความพิเศษยิ่งขึ้นของมินิธุดงค์ในคราวนี้ ทั้งคณะทีมงาน และคณะผู้ปฎิบัติธรรมได้พบเจอกับหลายสิ่งหลายอย่างอันเป็นบททดสอบตัวเอง ทั้งก่อนเตรียมงาน มีพายุฤดูร้อน ฝนตกหนักและลมแรง ทำให้เต็นท์ที่ได้เตรียมไว้ให้กับคณะผู้ปฏิบัติปลิวล้มระเนระนาด ต้องจัดเตรียมกันใหม่ หรือตอนเดินธุดงค์ทางคณะก็ได้เผชิญกับแดดที่ร้อนจัด อีกทั้งในเวลากลางดึกของคืนที่สอง ก็มีฝนตกหนักลงมาอีกครั้ง ทำให้น้ำท่วมซึมเข้าไปในเต็นท์ ผู้ปฏิบัติ จึงต้องอพยพย้ายจากเต็นท์มายังโบสถ์ ศาลา ซึ่งการเกิดขึ้นของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ก็ทำให้ทีมงานและผู้ปฏิบัติธรรมเข้าใจถึงความยากลำบากของครูบาอาจารย์ ว่ากว่าที่ท่านจะได้วิชาสมาธิเพื่อมาสอนพวกเรานั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องประสบพบเจอกับอะไรมากมาย ซึ่งในส่วนที่พวกเราได้พบในมินิธุดงค์ในครานี้ ถือว่ายังเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับครูบาอาจารย์ของเรา จึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ระลึกนึกถึงบุญคุณของท่าน และเตือนตนว่า อย่าประมาท ให้เร่งสะสมบุญ สะสมพลังจิตกันต่อไป
 
    มินิธุดงค์ในคราวนี้ ต้องขอขอบคุณคณะทำงานธุดงค์ทุกท่าน และ อาจารย์นิภาพร บัวทอง กรรมการมูลนิธิสถาบันพลังจิตตานุภาพ และประธานหลักสูตรทั่วไปสถาบันพลังจิตตานุภาพ ผู้ได้รับมอบหมายจากพระธรรมมงคลญาณ ให้เป็นผู้จัดการงานธุดงค์และมินิธุดงค์ ซึ่งทั้งคณะอาจารย์และคณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องเสียสละเวลาและกายใจ มาจัดการงานธุดงค์ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลาย ๆ ปี มาก่อนกลับทีหลัง มาวางแผนงาน การจัดการการนอน การกิน การเดิน การปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้การเดินธุดงค์เป็นไปด้วยความสะดวกและปลอดภัย
 
    ทั้งนี้ต้องขอกราบขอบคุณพระอาจารย์หลวงพ่อ พระธรรมมงคลญาณ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร เป็นที่สุดเนื่องจากหลักสูตรทั้ง นิรสาสมาธิ ปุริสาสมาธิ ครูสมาธิ ที่ได้มามินิธุดงค์ครั้งนี้เขียนขึ้นโดยพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ และการจัดงานธุดงค์ในแต่ละครั้งก็ด้วยความเมตตาจากพระอาจารย์หลวงพ่อ เมตตาอนุญาตให้เกิดการดำเนินกิจกรรมทั้งธุดงค์และมินิธุดงค์ ให้ตอบสนองตามหลักสูตรนี้ขึ้นมา จนเกิดการปฏิบัติธรรมเป็นกระแสนิยม เป็นที่น่ายกย่อง เป็นที่น่าศรัทธา ทั้งหมดนี้เป็นไปตามหลักตามขั้นตอนการพัฒนาสมาธิให้มีความก้าวหน้าทันสมัย แต่ยังคงเป็น สัมมาสมาธิ สัมมาปฏิปทา ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา ขอทุกท่านกราบขอบคุณและอนุโมทนาสาธุร่วมกัน และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มามินิธุดงค์ในครั้งนี้ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ