จิต สติ สัมปชัญญะ

3 posts / 0 new
กระทู้ล่าสุด
รูปภาพของ penat
penat
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 28/11/2011
ตั้งกระทู้:
จิต สติ สัมปชัญญะ

กราบนมัสการพระอาจารย์และกราบเรียนถามอาจารย์ทุกท่านค่ะ  

         ขอความกรุณาพระอาจารย์และอาจารย์ทุกท่านช่วยอธิบายความหมายและความแตกต่างของคำว่า จิต สติ และสัมปชัญญะด้วยค่ะ  เพราะมีความ

สับสนและขาดความชัดเจนในคำดังกล่าว โดยเฉพาะจิตและสติที่ต้องอยู่คู่กันในการปฏิบัติสมาธิ หลังจากที่เรียนหลักสูตรครูสมาธิจบแล้วก็ยังไม่สามารถ

แยกความแตกต่างกันได้ชัดเจน  แต่ก็ทำให้มีหลักและแนวทางในการปฏิบัติมากขึ้นค่ะ การรู้ ระลึกรู้ การรู้ตัวทั่วพร้อมในเรื่องของสมาธิมันแตกต่างกัน

อย่างไรค่ะ  รบกวนถามเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะค่ะ

1. เมื่อนั่งสมาธิกำหนดจิดอยู่ที่ฐานจิต บริกรรมพุทโธจนสามารถละคำบริกรรม  มีความรู้สึกว่าจิตค่อย ๆ รวมมาอยู่ที่ฐานจิตและรู้สึกถึงลมหายใจเข้าและ

ออกบางครั้งจะเห็นเป็นจุด หรือรู้สึกเจ็บบริเวณฐานจิต  บางครั้งได้ยินเสียงสวดมนต์  แสดงว่าจิตสงบจนเกิดนิมิตและอาการเจ็บก็เป็นกิริยาจิตใช่ไหมค่ะ 

และการรู้สึกว่าจิตค่อย ๆ รวมมาอยู่ที่ฐานจิตและรู้สึกถึงลมหายใจเข้าและออกนี้คือสติใช่ไหมค่ะ  และสัมปชัญญะคือการที่รู้ว่าเรานั่งตัวตรงหรือเอียงอย่าง

นี้ใช่ไหมค่ะ

2. ขณะเดินจงกรมกำหนดจิดอยู่ที่ฐานจิต  และเวลาก้าวขาก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจเข้าและออก  วางเท้าบนพื้นได้พร้อมกันหรือไม่  แสดงว่าจิตกำลังเคลื่อน

ที่ไปมาระหว่างฐานจิต ขา ลมหายใจและเท้าใช่ไหมค่ะ  และการที่เรารู้สึกถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสติใชไหมค่ะ  การรู้ว่าวางเท้าบนพื้นได้พร้อมกันหรือไม่

คือสัมปชัญญะใช่ไหมค่ะ

3. เมื่อเลิกนั่งสมาธิแล้วทำไมถึงยังมีความรู้สึกเย็นบริเวณฐานจิตบางครั้งเป็นชั่วโมงเป็นวันก็มี  หรือยังได้ยินเสียงต่าง ๆ อยู่อีกค่ะ  โดยเฉพาะเสียงที่ได้ยิน

บางครั้งเป็นเสียงสวดมนต์ บางครั้งเป็นเสียงพูดและสามารถพูดโต้ตอบได้ด้วย  ควรจะทำอย่างไรดีค่ะ  ปัจจุบันพยายามจะไม่สนใจเสียงต่าง ๆ ที่ได้ยิน

และใช้ชีวิตไปตามปกติ  แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนถูกรบกวนและสับสนเหมือนกันค่ะ  มีบางท่านแนะนำว่าไม่ควรนั่งสมาธิเพราะไม่เหมาะกับตนเองให้เจริญ

สติและสวดมนต์แทน  เพราะสติยังตามไม่ทันจิต  แต่ก็ไม่ทราบวิธีเจริญสติอีกนั่นแหละค่ะ  หรือว่าควรจะเลิกปฏิบัติไปเลยค่ะ  แต่ก็รู้สึกเสียดายที่มี

โอกาสเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้พบกับพุทธศาสนาและอริยสงฆ์เช่นพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังต์ที่จะเป็นกัปตันนำพาไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งนิพพาน

แล้วทั้งทีเลยไม่อยากปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปเลยค่ะ  เพราะไม่รู้ว่าอีกกี่ชาติถึงจะมีโอกาสเช่นนี้อีก  แต่ก็ยังมีความกังวลใจกลัวว่าตนเองจะเสียสติไปซะ

ก่อน  รบกวนพระอาจารย์และอาจารย์ทุกท่านช่วยชี้แนะวิธีปฏิบัติในการใช้สติคุมจิต  หรือวิธีการฝึกสติให้แกร่งกล้าเพียงพอที่จะควบคุมจิตได้ด้วยค่ะ  ขอ

คำอธิบายที่เข้าใจได้ง่ายหน่อยนะค่ะ  เพราะไม่มีความรู้ในทางธรรมเลยค่ะ  ขอบพระคุณพระอาจารย์และอาจารย์ทุกท่านล่วงหน้านะค่ะสำหรับคำชี้แนะ

ต่าง ๆ ที่จะเป็นประทีปส่องทางธรรมให้ก้าวเดินต่อไปค่ะ

-----------------------------------------------------------------

พระนิพพานนั้นไม่มีอยู่ที่อื่นไกลเลยก็มีอยู่ที่จิตที่ใจนั่นเอง

-----------------------------------------------------------------

พระนิพพานนั้นไม่มีอยู่ที่อื่นไกลเลยก็มีอยู่ที่จิตที่ใจนั่นเอง

รูปภาพของ สมมติ
สมมติ
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 19/04/2011
ตั้งกระทู้:
จิต สติ สัมปชัญญะ

มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้พบกับพุทธศาสนาและอริยสงฆ์เช่นพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังต์ที่จะเป็นกัปตันนำพาไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งนิพพาน

แล้วทั้งทีเลยไม่อยากปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปเลยค่ะ

สาธุ สาธุ สาธุ

ให้กำลังใจระหว่างรอคำตอบนะครับ

 

-----------------------------------------------------------------

กระแสธรรมก็เหมือนกระแสน้ำยอมรักษาความราบเรียบ ยามใดที่น้ำต่างส่วนมาพบกัน ธรรมชาติของน้ำจะปรับระดับให้เสมอกัน การแลกเปลี่ยนธรรม คือการปรับระดับธรรมให้เสมอกัน ไม่เป็นไปเพื่อความเหนือกว่ากัน

-----------------------------------------------------------------

กระแสธรรมก็เหมือนกระแสน้ำยอมรักษาความราบเรียบ ยามใดที่น้ำต่างส่วนมาพบกัน ธรรมชาติของน้ำจะปรับระดับให้เสมอกัน การแลกเปลี่ยนธรรม คือการปรับระดับธรรมให้เสมอกัน ไม่เป็นไปเพื่อความเหนือกว่ากัน

ศิษย์ ปฐโม
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 28/01/2012
ตั้งกระทู้:
จิต มโน วิญญาฌ

              

                                      จุดหหมายปลายทางแห่งชืวิตของคนเรานั้น  เมี่อก่ลาวโดยสรุปแล้ว   สิ่งทื่ต่างคนต่างต้องการก็คีอความสุข  และความสุขนั้นจะได้มาก็ดว้ยการรแสวงหา  การแสวงหาตวามสุขนั้นก็มือยู่ดว้บกันหลายรูปแบบ    บางตนเข้าใจวา  ตวามสูขเกิดมาจากสิ่งภายนอก จีงพากันแสวงหาลาภ  ยศ  สรรเริญ และสภาวะทื่เอิบอิ่มพรั่งพรอ้มดว้ยเบญจกามคูณ  แต่บางคนกลับเห็นตรงกันข้าม   โดยเชื่อว่า ภายในตัวของเราก็น่าจะแสวงหาความสุขกันได้   นักปรัชญาและนักศาสนาทั้งหลาย  จีงได้พยายามแสวงหาวิทธืทื่จะเข้าถีงภายในตัวเรา  การเข้าถีงตัวเรา  ตามทรรศนะของทานเหล่านั้นคือการเข้าใจในสว่นประกอบของชืวิตว่ามันคืออะไร  ในทื่สุดนักปรัชญาและนักการศาสนากลุ่หนี่งก็พากันสรุปว่า  ชืวิตมาจากสว่นประกอบทื่สำคัญ  คอึร่างกายกับจิต  รางกายประกอบด้วยสว่นผสมของธาตุทั้ง   4  คึอ  ดิน น้ำ ลม ไฟ   ส่วนวิญญาณ  เป็นตัวบงการชืวิตหรีอร่างกายของคนเราฬห้เป็นเช่นนั้น  

เช่นนื้รากายเป็นเพืยงวัตถุไม่สามารถรับรู้สุข  รู้ทุกข์หรีอรับรู้อะไรได้เลย    จิตมือำนาจเหนึอร่างกาย  ทำหน้าทื่ควบคุมและกำหนดรู้ กำหนดรับ  แต่ก็ตอ้งมาติดปัญหาใหม่ว่า  จิตคีออะไร  มืตัวตนหรีอไม่  อยู่ทื่ใด  มืหน้าทื่บงการชืวิต  หรีอการกระทำของมนุษย์ได้อยางไร  และบรรดานักปรัชญาทั้งหลายได้พยายามค้นคว้าเรี่องนื้กันมาโดยตลอดอืกเช่นเดืยวกัน  เจ้าชายสิทธัตถะ  เป็นผู้หนึ่งทื่ได้ศีกษาเรี่องจิตมาอย่างทะลุปรุโปร่ง   ทรงประกาศว่ากายกับจิตสัมพันธ์กัน  จิตมือิทธิพลเหนีอร่างกาย     จิต  มโน  หรีอ  วิญญาณ   เป็นสิ่งเดืยวกัน แต่มองกันในแต่ละสภาวะ  ในฐานะนักศาสนา พระองค์ทรงประกาศว่า   ทรงเข้าถีงตัวเองได้ ดว้ยการเอาชนะจิตได้อย่างเด็ดขาดเป็นเหตุให้ทรงได้รับเนมิตกนามว่า   พระชินะ    พระผู้นำชัย   และทรงนำประสพการณ์ทื่ผ่านมาเทศนาสอนเหล่าสาวก  คว่ามว่า   จิตตสส  ทมโถ สาธุ  การฝีกจิตได้นับว่าเป็นความดื   จิตตํ  ทนตํ  สุขาวหํ   เพระจิตทื่ฝีกได้แล้ว นำสุขมาให้  จิตตํ  ทนตํ สุขาวหํ  จิตทื่คุ้มครองได้แล้ว  นำสุขมาให้         ดูกอ่นภิษุทั้งหลาย  ก็แลธรรมชาติใดทื่เรืยกว่า   จิต บ้าง มโน บ้าง วิญญ่าณ บ้าง ธรรมชาตินั้น ขณะทื่ดวง  เก่ากำลังดับ  ดวงใหม่ก็กำลังเกิดขี้น  เป็นออย่างนื้เรี่อยไปตลอดวันและคึน  สรุปได้ว่า จิต มโน วิญญาณ  เป็นธรรมชาติอย่างเดิยวกัน    จิต มโน วิญญาณ  เกิดดับอยู่เสมอตลอดเวลา  ทั้งกลางวันและกลางคึน 

  

ธรรมมือุปการะมาก  2   อย่าง คึอ ธรรม ทื่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง สำหรับทุกคน ผู้ใดถ้างานทื่ทำ คำทื่พูด และ เรี่องทื่คิด  ไม่มืความผิดพลาด  ยอ่มมืความเจริญรุ่งเรีอง ทั้งแก่ตนและหมู่คณะ ธรรมมือูปการะมาก คีอ ความระลึกได้   ความรู้ตัว  จะชว่ยให้ทำอะไรไม่เกิดความผิดพลาด  จึงเป็นธรรมทื่จำเป็นและยึดถีอเป็นหลักในการประกอบกิจการทั้งปวง มื 2 ประการ คีอ  สติ  ความระลึกได้  ความระลึกชอบ คีอ มื สติควบคุมเหตุการณ์ต่างๆ ได้เสมอๆ ไม่ประมาท  พลั้งเผลอในทุกโฮกาศ ไม่ลีมตัว     สัมปชัญญะ  ความรู้ตัว หรีอปัญญาทื่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า  คีอ  มืปัญญารู้ตัวอยู่ทุกขณะ  ไม่เผลอตัว  สัมปชัญญะใช้คู่กับสติความระลึกได้ จึงมักพูดกันว่า  คนมืสติสัมปชัญญะ   หมาบความว่า  เมี่อมืสติแล้วจะมืสัมปชัญญะเป็นของคู่กัน  สัมปชัญญะความรู้ตัวนื้ ก็คีอปัญญาทื่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเพราะความมืสตินั่นเอง  

                           

                                                                                                                                                                                                                                 ศิษย์ ปฐโม    เพชรน้ำหนึ่ง                                    

 

                    หลวงพ้อบอกว่าเราลงเรีอลำเดืยวกันแล้วสักวันจะต้องถึงฝั่ง เว้นไว้แต่ว่ากระโดดลงเรีอ คีอเลิกทำสมาธิ  ก็จะต้องเป็นเหยีอปลาฉลาม

-----------------------------------------------------------------

นมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อวิริยังที่เคารพอย่างสูง....ผมศิษย์ปฐโม...เวลานี้อยู่เพชรบูรณ์...ขอให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ครับ...ขอทักทายศิษย์ครูสมาธิทุกท่าน...อยากถามว่าตอนนี้อ่า...มีใครที่กัดกรามแล้วพบสิ่งที่เป็นรูแล้วหรือยัง...แต่ไม่ใช้จุดพลังอำนาจหรอกนะ....ขอให้เจริญให้มาก....กระทำให้มากแล้วก็จะรู้...แล้วพบกันใหม่สวัสดีทุกท่านOK

-----------------------------------------------------------------

นมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อวิริยังที่เคารพอย่างสูง....ผมศิษย์ปฐโม...เวลานี้อยู่เพชรบูรณ์...ขอให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ครับ...ขอทักทายศิษย์ครูสมาธิทุกท่าน...อยากถามว่าตอนนี้อ่า...มีใครที่กัดกรามแล้วพบสิ่งที่เป็นรูแล้วหรือยัง...แต่ไม่ใช้จุดพลังอำนาจหรอกนะ....ขอให้เจริญให้มาก....กระทำให้มากแล้วก็จะรู้...แล้วพบกันใหม่สวัสดีทุกท่านOK

ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น