Dhamma Diary#3: บันทึกธรรมะเล่ม๓

5 posts / 0 new
กระทู้ล่าสุด
middle way
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 14/01/2011
ตั้งกระทู้:
Dhamma Diary#3: บันทึกธรรมะเล่ม๓

ที่มา: pocket book "เงินต่อเงิน" by วรากรณ์ สามโกเศศ

 

ฉันจะผ่านโลกนี้แต่เพียงหน
I Shall Pass But Once.

 

I shall pass through this world but once;
Any good, therefore, that I can do,
Or any kindness that I can show
To any human being, let me do it now.
Let me not defer it, nor neglect it,
For I shall not pass this way again.

 

ฉันจะผ่านโลกนี้แต่เพียงหน
จึงกุศลใดใดที่ทำได้
หรือเมตตาซึ่งอาจให้มนุษย์ใด
ขอให้ฉันทำหรือให้แต่โดยพลัน
อย่าให้ฉันละเลยเพิกเฉยเสีย
หรือผัดผ่อนอ่อนเพลียไม่แข็งขัน
เพราะตัวฉันต่อไปไม่มีวัน
จรจรัลทางนี้อีกทีเลย

 

-- วิลเลี่ยม เพนน์ (William Penn, ค.ศ. 1644-1718)
แปลโดย ศาสตราจารย์ ม.ล.จิรายุ นพวงศ์ อดีตองคมนตรี

 

ใครที่อ่านบทกลอนข้างต้นแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย อาจเป็นหนึ่งในคนสองประเภท กล่าวคือ
อ่านบทร้อยกรองไม่เป็น หรือ ไม่เชื่อมั่นว่าจะได้กลับมาอีกครั้งแน่ในชาติหน้า

 

กลอนบทนี้แม้ว่ามีอายุเกือบสามร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังกินใจ เพราะเตือนให้นึกถึงความจริงของชีวิต
และความดีงามซึ่งมีเชื้ออยู่ในใจของมนุษย์ทุกคนด้วยกันทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป

 

ในแง่ของเงินๆทองๆ กลอนบทนี้สอนให้สร้างกุศลและมีเมตตาต่อผู้อื่น
ซึ่งคงหลีกหนีไม่พ้นการใช้เงินทองบ้าง ดังนั้น การจัดการเรื่องการเงินในการ "ใช้" "ให้" และ "เหลือเก็บ" จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรไตร่ตอง

 

สูตรที่นักการเงินแนะนำในเรื่องการ "เหลือเก็บ" ก็คือ ไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ก่อนจ่ายภาษี ที่เหลืออีกร้อยละ 85 นั้นเอาไว้เพื่อ "ใช้" และ "ให้"

 

จะ "ให้" เท่าใดนั้นไม่มีสูตรตายตัว เพราะผู้คนแต่ละฐานะ แต่ละเงื่อนไข และสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน

 

อย่างไรก็ดี "กุศลใดใดที่ทำได้ หรือเมตตาซึ่งอาจให้มนุษย์ใด" ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป
แรงงานและน้ำใจ อาจมีค่าเสมอยิ่งด้วยเงินทองสำหรับบางคนซึ่งอยู่ในฐานะที่ต้องการความช่วยเหลือ

 

พิจารณาบทกลอนนี้เถิด
อย่าไปนึกว่าจะ "จรจรัลทางนี้" อีกหนแน่ในภายหน้า เพราะฉะนั้นจึง "ละเลยเพิกเฉยเสีย" ก่อนในชาตินี้

 

อย่าลืมว่าจะได้เกิดเป็นคนอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่า ยังไม่มีใครประกันให้เราได้เลย!

 

Smile

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

middle way
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 14/01/2011
ตั้งกระทู้:
Dhamma Diary#3: คนหน้ามืด กับ คนตาสว่าง

ความต่างระหว่างคนหน้ามืดกับคนตาสว่าง

 

คนหน้ามืดเห็นความทุกข์กดดันให้ปล่อยตัวตกสู่ที่ต่ำ
ส่วนคนตาสว่างเห็นความทุกข์ผลักดันให้เร่งถีบตัวขึ้นที่สูง!

 

ความทุกข์เป็นสิ่งที่มีพลัง
ไม่สำคัญว่าคุณกำลังเป็นทุกข์แค่ไหน
แต่สำคัญว่าคุณเห็นทุกข์เป็นพลังประเภทใด
พลังกดดันให้ยอมแพ้
หรือพลังผลักดันให้อยากเอาชนะ

 

ถ้ามองเป็น จะเห็นคุณค่าของความทุกข์
แม้พระพุทธองค์ก็ตรัสว่านิพพานอันประเสริฐสุด
ก็เข้าถึงได้ด้วยแรงผลักดันของความทุกข์
ถ้าไม่มีทุกข์อยู่บ้างก็คงไม่มีเวไนยสัตว์ใดเลย
ที่ปรารถนาพระนิพพานอันเป็นความดับทุกข์

 

และเมื่อมองดูกันแบบโลกๆ
ก็ไม่มีคนประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่ไหนหรอกครับ
ที่นั่งสบายอยู่บนรถเข็นมาตั้งแต่เกิด
พวกเขาต่างก็ต้องหัดลุกจากการล้ม
หรือใช้มือใช้เท้าถีบตัวจากที่ต่ำขึ้นที่สูงกันทั้งสิ้น

 

เกิดทุกข์แล้วห้อยมือห้อยเท้านิ่ง
เรียกว่ากำลังหน้ามืด
แต่เป็นทุกข์แล้วเคลื่อนไหวไปหาสุข
เรียกว่ากำลังตาสว่างครับ!

 

ดังตฤณ
กุมภาพันธ์ ๕๕

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

middle way
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 14/01/2011
ตั้งกระทู้:
Dhamma Diary#3: สติที่ว่องไว ช่วยพาใจให้เป็นปกติสุข

สติที่ว่องไว ช่วยพาใจให้เป็นปกติสุข

 

สติที่เรามีในชีวิตประจำวันนั้น เป็นสติที่ยังเชื่องช้าอยู่

ผิดนัดไปชั่วโมงกว่า แล้วนึกขึ้นได้

ออกจากบ้านไปแล้ว ถึงนึกได้ว่าลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้าน

ด่าว่าเพื่อนไปแล้ว ถึงนึกได้ว่าไม่น่าเลยเรา

โกรธแฟนเป็นอาทิตย์ กว่าจะนึกได้ว่าไปหัวเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

เราต้องการสติที่ไวกว่านั้น ชนิดที่เรียกว่า

พอจิตเกิดความหงุดหงิดขึ้นมา ก็รู้ตัวและระลึกได้ทันที

พอจิตเริ่มส่าย สติก็ดึงจิตกลับมาสู่ความปกติได้ทันที

ต้องทำให้ได้ขนาดนั้น ถึงจะทำให้เรามีชีวิตที่ปกติ

 

พระไพศาล วิสาโล

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

middle way
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 14/01/2011
ตั้งกระทู้:
Dhamma Diary#3: วิธีชนะกามารมณ์ (ว. วชิรเมธี)

วิธีชนะกามารมณ์ ก่อนตัดลงรายการ 1/2 

http://www.youtube.com/watch?v=jYm7BviXsvs&feature=relmfu

 

วิธีชนะกามารมณ์ ก่อนตัดลงรายการ 2/2

http://www.youtube.com/watch?v=cpGDr8pkTKU&feature=relmfu

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

middle way
ออฟไลน์
เป็นสมาชิกเมื่อ : 14/01/2011
ตั้งกระทู้:
Dhamma Diary#3: ที่สุดของความอยาก - ว. วชิรเมธี

ที่สุดของความอยาก - ว. วชิรเมธี 

http://www.youtube.com/watch?v=HB-SlYYDMcE&feature=related

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

-----------------------------------------------------------------

Let it be. - ให้มันเป็นไป

ล็อกอิน หรือ ลงทะเบียน เพื่อแสดงความคิดเห็น