ที่มา: pocket book "เงินต่อเงิน" by วรากรณ์ สามโกเศศ
ฉันจะผ่านโลกนี้แต่เพียงหน
I Shall Pass But Once.
I shall pass through this world but once;
Any good, therefore, that I can do,
Or any kindness that I can show
To any human being, let me do it now.
Let me not defer it, nor neglect it,
For I shall not pass this way again.
ฉันจะผ่านโลกนี้แต่เพียงหน
จึงกุศลใดใดที่ทำได้
หรือเมตตาซึ่งอาจให้มนุษย์ใด
ขอให้ฉันทำหรือให้แต่โดยพลัน
อย่าให้ฉันละเลยเพิกเฉยเสีย
หรือผัดผ่อนอ่อนเพลียไม่แข็งขัน
เพราะตัวฉันต่อไปไม่มีวัน
จรจรัลทางนี้อีกทีเลย
-- วิลเลี่ยม เพนน์ (William Penn, ค.ศ. 1644-1718)
แปลโดย ศาสตราจารย์ ม.ล.จิรายุ นพวงศ์ อดีตองคมนตรี
ใครที่อ่านบทกลอนข้างต้นแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย อาจเป็นหนึ่งในคนสองประเภท กล่าวคือ
อ่านบทร้อยกรองไม่เป็น หรือ ไม่เชื่อมั่นว่าจะได้กลับมาอีกครั้งแน่ในชาติหน้า
กลอนบทนี้แม้ว่ามีอายุเกือบสามร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังกินใจ เพราะเตือนให้นึกถึงความจริงของชีวิต
และความดีงามซึ่งมีเชื้ออยู่ในใจของมนุษย์ทุกคนด้วยกันทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป
ในแง่ของเงินๆทองๆ กลอนบทนี้สอนให้สร้างกุศลและมีเมตตาต่อผู้อื่น
ซึ่งคงหลีกหนีไม่พ้นการใช้เงินทองบ้าง ดังนั้น การจัดการเรื่องการเงินในการ "ใช้" "ให้" และ "เหลือเก็บ" จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรไตร่ตอง
สูตรที่นักการเงินแนะนำในเรื่องการ "เหลือเก็บ" ก็คือ ไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ก่อนจ่ายภาษี ที่เหลืออีกร้อยละ 85 นั้นเอาไว้เพื่อ "ใช้" และ "ให้"
จะ "ให้" เท่าใดนั้นไม่มีสูตรตายตัว เพราะผู้คนแต่ละฐานะ แต่ละเงื่อนไข และสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ดี "กุศลใดใดที่ทำได้ หรือเมตตาซึ่งอาจให้มนุษย์ใด" ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป
แรงงานและน้ำใจ อาจมีค่าเสมอยิ่งด้วยเงินทองสำหรับบางคนซึ่งอยู่ในฐานะที่ต้องการความช่วยเหลือ
พิจารณาบทกลอนนี้เถิด
อย่าไปนึกว่าจะ "จรจรัลทางนี้" อีกหนแน่ในภายหน้า เพราะฉะนั้นจึง "ละเลยเพิกเฉยเสีย" ก่อนในชาตินี้
อย่าลืมว่าจะได้เกิดเป็นคนอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่า ยังไม่มีใครประกันให้เราได้เลย!

Let it be. - ให้มันเป็นไป